วันจันทร์ที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

จีนโวยไมโครซอฟท์ล้ำสิทธิส่วนตัว

ข่าวไอที ข่าวไอที harddisk ข่าวไอที กูเกิล ข่าวไอที อ่านข่าว ข่าวไอที อัพโหลด ฟรี ข่าวไอที โหลดmp3 ข่าวไอที crack ข่าวไอที โหลดไฟล์ ฟรี ข่าวไอที อัพเดท ข่าวไอที หนังโป๊ ข่าวไอที คลิป เด็ด ข่าวไอที คลิป อ้น ข่าวไอที ทักษิณ ข่าวไอที โหลดบิท ข่าวไอที bittorrent ข่าวไอที bit ข่าวไอที election 2008 hot ข่าวไอที hot ข่าวไอที debates ข่าวไอที diabates ข่าวไอที dowjon ข่าวไอที duocore ข่าวไอที IT coolgang ข่าวไอที แบไต๋ ข่าวไอที แจกโฮส ฟรี ข่าวไิอที แจกโฮสติ้ง ข่าวไอที แจก โฮส ข่าวไอที แจกโดเมน ข่าวไอที โฮส+โดเมน ข่าวไอที free hosting ข่าวไอที free domain ข่าวไอที DELL ข่าวไอที google hack ข่าวไอที google ล้วงตับ ข่าวไอที microsoft ข่าวไอที จีน ข่าวไอที ฟ้องร้อง ข่าวไอที สมัครงาน
จีนออกอาการ'รมณ์เสีย หลังยักษ์ซอฟต์แวร์เดินเครื่องปราบซอฟต์แวร์ผี งัดกลยุทธ์ก่อกวนเครื่อง-จอดำ กระตุ้นใช้งานของจริง

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า ไมโครซอฟท์ กำลังดำเนินการตามกลยุทธ์ปราบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยการส่งโปรแกรมอัพเดทไปยังผู้ใช้คอมพิวเตอร์นับล้านเครื่อง ซึ่งจะมีผลให้หน้าจอเครื่องดำ และก่อกวนผู้ใช้ให้หันมาใช้โปรแกรมวินโดว์สถูกกฎหมาย

ทั้งนี้ แม้จะไม่ได้ขัดขวางการใช้งานเครื่อง แต่โปรแกรมดังกล่าวก็กวนประสาทผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในจีน โดยจะเข้าไปเปลี่ยนหน้าจอที่มีการใช้งานอยู่ให้เป็นสีดำทุกๆ ชั่วโมง

แผนดังกล่าว เป็นความพยายามส่วนหนึ่งของผู้ผลิตซอฟต์แวร์รายใหญ่ ในการปราบปรามซอฟต์แวร์เถื่อนทั่วโลก โดยจะส่งโปรแกรมอัพเดทอัตโนมัติไปยังผู้ใช้ระบบปฏิบัติการเอ็กซ์พี ที่เลือกออปชั่นรับซอฟต์แวร์อัพเดทผ่านเวบไซต์

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ ยังใช้แผนกระตุ้นผ่านโปรโมชั่นเป็นครั้งคราวในจีน โดยเดือนนี้ (ต.ค.) บริษัทได้จัดโปรโมชั่นลดค่าไลเซ่นโปรแกรมออฟฟิศ สำหรับนักเรียนและการใช้งานในบ้านจาก 102 ดอลลาร์ เหลือต่ำกว่า 30 ดอลลาร์

ไมโครซอฟท์ เผยว่า บริษัทเริ่มใช้กลยุทธ์จอดำตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นเตือนผู้ใช้โปรแกรมเอ็กซ์พีทุกราย ให้รับรู้ถึงความจริงจังของบริษัท

อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มส่งโปรแกรมอัพเดทให้กับผู้ใช้ทั่วจีนในสัปดาห์นี้ ก็มีเสียงติติงเกิดขึ้น โดยบล็อกเกอร์รายหนึ่ง ส่งจดหมายไปยังไมโครซอฟท์มีใจความระบุว่า "เราไม่ได้คัดค้านนโยบายดังกล่าว แต่ก็ขอต่อต้านการกระทำของบริษัท ที่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของผู้ใช้เลย"

ทั้งนี้ ประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดที่มียอดขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล อันดับ 2 ของโลก ได้รับความสนใจจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะหลังงบลงทุนไอทีปรับลดลงจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยไมโครซอฟท์ระบุว่า จีน บราซิล รัสเซีย และอินเดีย มีรายได้เติบโตสะสมทั้งปี 54% สูงกว่ารายได้รวมทั่วโลกที่ขยายตัวเพียง 18%

แหล่งที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/27/news_306234.php

วันอาทิตย์ที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เดลล์เปิดร้าน "คอมพิวเตอร์ตามใจฉัน"

ข่าวไอที ข่าวไอที harddisk ข่าวไอที กูเกิล ข่าวไอที อ่านข่าว ข่าวไอที อัพโหลด ฟรี ข่าวไอที โหลดmp3 ข่าวไอที crack ข่าวไอที โหลดไฟล์ ฟรี ข่าวไอที อัพเดท ข่าวไอที หนังโป๊ ข่าวไอที คลิป เด็ด ข่าวไอที คลิป อ้น ข่าวไอที ทักษิณ ข่าวไอที โหลดบิท ข่าวไอที bittorrent ข่าวไอที bit ข่าวไอที election 2008 hot ข่าวไอที hot ข่าวไอที debates ข่าวไอที diabates ข่าวไอที dowjon ข่าวไอที duocore ข่าวไอที IT coolgang ข่าวไอที แบไต๋ ข่าวไอที แจกโฮส ฟรี ข่าวไิอที แจกโฮสติ้ง ข่าวไอที แจก โฮส ข่าวไอที แจกโดเมน ข่าวไอที โฮส+โดเมน ข่าวไอที free hosting ข่าวไอที free domain ข่าวไอที DELL ข่าวไอที google hack ข่าวไอที google ล้วงตับ
ถ้าไปเจอคนแต่งตัวใส่เสื้อผ้าเหมือนเราเด๊ะ แถมยังไว้ทรงผมเกาหลีเหมือนกัน มันคงกระอักกระอ่วนพิกล

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : ใครก็อยากมีบุคลิกเป็นแบบฉบับของตัวเองทั้งนั้น ไม่เฉพาะแต่เครื่องแต่งตัว ยังรวมถึงสิ่งของเครื่องใช้นานาชนิด

แนวคิดเป็นเจ้าข้าวเจ้าของขยาย อาณาเขตครอบคลุมไปตั้งแต่เรื่องแต่งรถ แต่งโทรศัพท์มือถือ เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ใครต่อใครพากันหาสติกเกอร์แปลกแหวกแนวมา เพื่อสีสันให้โน้ตบุ๊กไม่ดูน่าเบื่อเหมือนก่อน

“พฤติกรรมของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะ เปลี่ยนแปลงไป ต้องการความแตกต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งส่งผลสำคัญมาถึงการใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับชีวิตคนในปัจจุบัน” นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้บริหาร บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

เดลล์นำแนวคิดดังกล่าวมาสร้างเป็นหน้า ร้านรับประกอบโน้ตบุ๊กตามสั่ง อิงแนวคิดเดิมที่เปิดให้ลูกค้าสามารถ "กำหนดสเปก" และสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ แต่คราวนี้ขยายช่องทางมาเป็นร้านค้าตัวเป็นๆ ให้ลุกค้าได้เห็นของจริงสั่งจริง

ร้านค้าของเดลล์แห่งแรกจึงเปิดตัวที่ ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต ซึ่งนายอโณทัยบอกว่า นี่แหละคือหนึ่งในยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อเปิดตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของ เดลล์

ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนขาวสะอาดตา มีผลิตภัณฑ์ของเดลล์จัดโชว์ไว้แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน้ตบุ๊ก เน็ตบุ๊ก จอแอลซีดี และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่สำคัญคือ มุมพิเศษภายในร้านที่เอาใจคนที่รักในความเป็นตัวเอง

บริเวณเคาน์เตอร์ “ประกอบตามสั่ง” (Built-to-Order : BTO) มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำแก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งสามารถเลือกสเปกคอมพิวเตอร์ หรือโน้ตบุ๊ก โดยที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตั้งแต่รุ่นที่ต้องการ แรม ระบบปฏิบัติการ การ์ดแสดงผลกราฟิก และยังสามารถประมวลผลราคาให้ดู ช่วยให้สามารถเลือกเพิ่มหรือลดสเปกให้เหมาะสมกับงบประมาณของตน

“เมื่อลูกค้าตกลงปลงใจกับคอมพิวเตอร์ ในแบบของตนเองแล้ว ก็จ่ายเงินแล้วกลับบ้านไปรอ ทางร้านจะส่งสเปกไปยังโรงงานของเดลล์ที่ปีนัง ประเทศมาเลเซียให้ผลิตคอมพิวเตอร์ตามสเปก และส่งกลับมายังไทยภายใน 7 วัน ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะรอรับของอยู่ที่บ้านหรือจะเลือกมารับเองที่ ร้าน” นายกฤตวิทย์ กฤตยเรืองโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจคอมซูเมอร์ ของเดลล์ อธิบาย

ฟังมาถึงตอนนี้ ก็นึกแปลกใจอยู่เหมือนกันว่า มันต่างจากไปสั่งประกอบตามร้านอื่นตรงไหน แล้วร้านที่ห้างพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า รับประกอบเครื่องมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว สั่งปุ๊บไปเดินซื้อซีดีเพลง ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์หรือเปล่าก็ไม่รู้ คุณตำรวจช่วยไปดูหน่อย รอสักครึ่งชั่วโมงก็ได้คอมพิวเตอร์กลับไปใช้งานที่บ้านได้ชิลๆ ไม่ต้องรอเป็นอาทิตย์

พอจะเข้าใจได้ว่า ที่แตกต่างคือมันเป็นคอมพิวเตอร์ของเดลล์ แบรนด์ระดับโลกที่การันตีในแง่ของคุณภาพของชิ้นส่วนที่ใช้งาน การประกอบที่ได้มาตรฐานมาเลเซีย และยังเรื่องของซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

เอาเข้าจริง การเปิดหน้าร้านของเดลล์ให้เป็นเรื่องเป็นราวตามห้างใหญ่ๆ น่าจะเป็นเพียง "การสร้างความตระหนักรู้ในแบรนด์" มากกว่าเรื่องแนวคิดประกอบตามสั่งที่ไม่ได้ใหม่อะไร เดลล์อาจจะคิดว่าถ้ามัวเป็นเสือซุ่มรอให้ลูกค้าสั่งผ่านอินเทอร์เน็ตอย่าง เดียว อีกหน่อยคงโดนแบรนด์อื่น อย่างเอเซอร์ เอชพี และเลอโนโว ครองตลาดผู้บริโภคไปหมด

และก็เป็นจริงอย่างที่คิดเมื่ออโณทัย เปรยให้ฟังว่า “หน้าร้านของเดลล์จะสร้างการรับรู้ในความเป็นเดลล์ ให้ผู้บริโภครู้จักมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คอมพิวเตอร์ประกอบตามสั่งก็จะเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า นอกเหนือจากนั้น ยังคงเป็นบริการหลังการขายที่ให้บริการถึงที่ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ลูกค้าให้ความสำคัญของเดลล์

ปีนี้ เดลล์จึงตั้งเป้าเปิดหน้าร้านให้ได้ 10 ร้าน โดย 5 แห่งอยู่ในกรุงเทพฯ ได้แก่ เซียร์ รังสิต พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า (2 ร้าน) ไอทีมอลล์ ฟอร์จูน และไอทีสแควร์ หลักสี่ ส่วนอีก 5 ร้านจะทยอยเปิดในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ในบริเวณหัวเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ และในปี 2552 ก็จะเปิดเพิ่มอีก 40 แห่งทั่วประเทศ
แหล่งที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/26/news_306349.php

แค่เคาะแป้นคีย์บอร์ดก็เสี่ยงถูกล้วงตับแล้ว

ข่าวไอที ข่าวไอที harddisk ข่าวไอที กูเกิล ข่าวไอที อ่านข่าว ข่าวไอที อัพโหลด ฟรี ข่าวไอที โหลดmp3 ข่าวไอที crack ข่าวไอที โหลดไฟล์ ฟรี ข่าวไอที อัพเดท ข่าวไอที หนังโป๊ ข่าวไอที คลิป เด็ด ข่าวไอที คลิป อ้น ข่าวไอที ทักษิณ ข่าวไอที โหลดบิท ข่าวไอที bittorrent ข่าวไอที bit ข่าวไอที election 2008 hot ข่าวไอที hot ข่าวไอที debates ข่าวไอที diabates ข่าวไอที dowjon ข่าวไอที duocore ข่าวไอที IT coolgang ข่าวไอที แบไต๋ ข่าวไอที แจกโฮส ฟรี ข่าวไิอที แจกโฮสติ้ง ข่าวไอที แจก โฮส ข่าวไอที แจกโดเมน ข่าวไอที โฮส+โดเมน ข่าวไอที free hosting ข่าวไอที free domain
คนมันคิดจะโกงซะอย่าง มันก็หาวิธี และเครื่องมือล้วงข้อมูลลับของคนอื่นจนได้น่า

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : เพียงแค่พิมพ์งาน เล่นเน็ต หรือเล่นเกม คุณก็เสี่ยงถูกล้วงความลับเสียแล้ว เมื่อนักวิจัยจากสวิสเซอร์แลนด์ พบว่า อาชญากรออนไลน์เริ่มหาทางขโมยข้อมูลส่วนตัวได้โดยไม่ต้องถอดอะไรให้วุ่นวาย แค่มีเครื่องจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเมื่อแป้นคอมพิวเตอร์ถูกเคาะก็ล้วงรหัส ลับบัตรเครดิต หรือพาสเวิร์ดได้แล้ว

มาร์ติน โวน็อกซ์ และซิลเวน ปาซินี่ นักศึกษาปริญญาเอกจากห้องปฏิบัติการรหัสและความปลอดภัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งโลซาน สหพันธรัฐสวิส ทำการทดสอบแป้นพิมพ์ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ที่แตกต่างกัน 11 แบบ รวมถึงแป้นพิมพ์ของโน๊ตบุ๊ก โดยใช้โปรแกรมเจาะระบบข้อมูลที่พัฒนาขึ้นเอง 4 แบบ และพบว่า แป้นพิมพ์ทุกแบบเสี่ยงที่จะถูกเจาะข้อมูล ด้วยโดยโปรแกรมที่เขาคิดขึ้นอย่างน้อย 1 โปรแกรม ซึ่งหนึ่งใน 4 โปรแกรมสามารถล้วงข้อมูลได้ไกลถึง 20 เมตร

ในการทดสอบ นักวิจัยใช้เสาอากาศรับคลื่นวิทยุจับรังสีคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้าแผ่ออกมาเมื่อแป้นพิมพ์ถูกกด

"ไม่ต้องสงสัยเลยว่า การเจาะระบบที่เราทำขึ้นนั้น สามารถพิสูจน์ได้อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง" นักศึกษาปริญญา เอกกล่าว

อย่างไรก็ดี รายละเอียดงานวิจัยในครั้งนี้ยังมีให้เห็นน้อย เนื่องจากการทดสอบยังคงทำโดยการเชื่อมต่อแป้นพิมพ์กับโน๊ตบุ๊คที่ใช้พลังงาน จาก แบตเตอรี่ และไม่ได้ทดสอบเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์พีซีหรือการต่อเข้ากับจอแอลซีดี ซึ่งอาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการจับคลื่นสัญญาณลดลง
แหล่งที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/26/news_306347.php

วันเสาร์ที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ไมโครซอฟท์กำไรเพิ่ม 2% บอกความนิยมเน็ตบุ๊กทำวิสต้าไม่โต

ข่าวไอที ข่าวไอที harddisk ข่าวไอที กูเกิล ข่าวไอที อ่านข่าว ข่าวไอที อัพโหลด ฟรี ข่าวไอที โหลดmp3 ข่าวไอที crack ข่าวไอที โหลดไฟล์ ฟรี ข่าวไอที อัพเดท ข่าวไอที หนังโป๊ ข่าวไอที คลิป เด็ด ข่าวไอที คลิป อ้น ข่าวไอที ทักษิณ ข่าวไอที โหลดบิท ข่าวไอที bittorrent ข่าวไอที bit ข่าวไอที election 2008 hot ข่าวไอที hot ข่าวไอที debates ข่าวไอที diabates ข่าวไอที dowjon ข่าวไอที duocore ข่าวไอที IT coolgang ข่าวไอที แบไต๋ ข่าวไอที แจกโฮส ฟรี ข่าวไิอที แจกโฮสติ้ง ข่าวไอที แจก โฮส ข่าวไอที แจกโดเมน ข่าวไอที โฮส+โดเมน ข่าวไอที free hosting ข่าวไอที free domain
ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศตัวเลขกำไรไตรมาสเดือนกรกฎาคม-กันยายนกำไรเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ ผลจากลูกค้าองค์กรซื้อไลเซนส์แอปพลิเคชันสำหรับเซิร์ฟเวอร์ใหม่และแคมเปญ ใหม่อื่นๆ ยอมรับว่าความนิยมของเน็ตบุ๊กทำให้ตลาดของ Windows Vista ไม่เติบโตอย่างที่หวังไว้

กำไรของไมโครซอฟท์ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมามีมูลค่ารวม 4.37 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 48 เซ็นต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 4.29 พันล้านเหรียญหรือ 45 เซ็นต์ต่อหุ้นที่ทำได้ในปีที่แล้ว ดีกว่าที่นักวิเคราะห์พยากรณ์ไว้ 47 เซ็นต์ต่อหุ้น

ยอด ขายของไมโครซอฟท์ในนั้นเพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซ็นต์เป็น 15,100 ล้านเหรียญ โดยคาดว่าไตรมาสปัจจุบันจะทำยอดขายได้ไม่ดีเท่าไตรมาสก่อนหน้า กลุ่มที่ไมโครซอฟท์เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบที่สุดคือกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและ เล็กหรือ SMB ซึ่งวางแผนการลงทุนในระยะสั้นเดือนต่อเดือน

ไมโครซอฟท์ให้ข้อมูลว่า รายได้จากธุรกิจซึ่งทำสัญญาข้ามปีนั้นเพิ่มขึ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รายได้จากธุรกิจซอฟต์แวร์สำหรับเครื่อง เซิร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์เพิ่มผลิตผลองค์กรของไมโครซอฟท์เติบโตขึ้น โดยกำไรในส่วนธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์เป็น 1.2 พันล้านเหรียญ

กำไรในส่วนผลิตภัณฑ์ Office นั้นเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 3.3 พันล้านเหรียญ ขณะที่ระบบปฏิบัติการ Windows กลับลดลง 4 เปอร์เซ็นต์เหลือ 3.3 พันล้านเหรียญเช่นกัน จุดนี้ไมโครซอฟท์ระบุว่าเป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น

ไมโครซอฟท์ ยังบอกด้วยว่ากระแสผู้บริโภคนิยมเน็ตบุ๊ก หรือโน้ตบุ๊กตัวเล็กราคาประหยัดสมคุณภาพ ทำให้ตลาดของ Windows Vista ไม่เติบโตอย่างที่ไมโครซอฟท์หวังไว้ เนื่องจากเงื่อนไขด้านราคาและประสิทธิภาพเครื่องที่ไม่แรงพอสำหรับ Vista โดยรายได้จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีอย่าง Dell และ Hewlett-Packard นั้นลดลง 1 เปอร์เซ็นต์ เพราะบริษัทเหล่านี้ซื้อไลเซนส์จากไมโครซอฟท์ในสัดส่วนที่น้อยลง จุดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่า ไมโครซอฟท์จะต้องออกมาลดราคา Vista ลงในอนาคตเพื่อเอาใจผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซี

ธุรกิจออนไลน์ของไมโครซอฟท์นั้นขาดทุนมากที่สุด 480 ล้านเหรียญ จากปีที่แล้วที่ขาดทุนไป 270 ล้านเหรียญ เหตุเพราะไมโครซอฟท์ทุ่มเงินลงทุนไปกับธุรกิจนี้มาก อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจโฆษณาออนไลน์ในไตรมาสนี้ของไมโครซอฟท์นั้นดีขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไมโครซอฟท์คุยว่ามีรายได้จากธุรกิจนี้มากกว่ายาฮูแล้วในขณะนี้

ไตรมาสเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ไมโครซอฟท์คาดว่าจะทำกำไร 51-53 เซ็นต์ต่อหุ้น บนยอดขาย 17,300-17,800 ล้านเหรียญ ต่ำกว่านักวิเคราะห์ที่คาดว่าไมโครซอฟท์จะทำได้ 55 เซ็นต์ต่อหุ้น ยอดขายรวม 18,000 ล้านเหรียญ

Company Related Links :
Microsoft

แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000126533

"พันทิป" เคลียร์กระทู้หมิ่นเบื้องสูง

ข่าวไอที ข่าวไอที harddisk ข่าวไอที กูเกิล ข่าวไอที อ่านข่าว ข่าวไอที อัพโหลด ฟรี ข่าวไอที โหลดmp3 ข่าวไอที crack ข่าวไอที โหลดไฟล์ ฟรี ข่าวไอที อัพเดท ข่าวไอที หนังโป๊ ข่าวไอที คลิป เด็ด ข่าวไอที คลิป อ้น ข่าวไอที ทักษิณ ข่าวไอที โหลดบิท ข่าวไอที bittorrent ข่าวไอที bit ข่าวไอที election 2008 hot ข่าวไอที hot ข่าวไอที debates ข่าวไอที diabates ข่าวไอที dowjon ข่าวไอที duocore ข่าวไอที IT coolgang ข่าวไอที แบไต๋ ข่าวไอที แจกโฮส ฟรี ข่าวไิอที แจกโฮสติ้ง ข่าวไอที แจก โฮส ข่าวไอที แจกโดเมน ข่าวไอที โฮส+โดเมน ข่าวไอที free hosting ข่าวไอที free domain
"พันทิป" รับลูกก.ไอซีที ระดมทีมงานลบกระทู้หมิ่นเบื้องสูง เผยช่วงการเมืองร้อนจำนวนกระทู้ประเภทนี้ยิ่งเพิ่ม ระบุเว็บพร้อมรับความเห็นที่ไม่ตรงกันของทุกฝ่าย แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฏหมายไทย

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายวันฉัตร ผดุงรัตน์ ผู้บริหารเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (pantip.com) กล่าวว่า ขณะที่อุณหภูมิการเมืองไทยร้อนแรง กระแสการแสดงความคิดเห็นบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ดการเมือง โดยเฉพาะ "ห้องราชดำเนิน" มีจำนวนคนเข้ามาแสดงความเห็นเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติหลายเท่าตัว

จากจำนวนดังกล่าวมีบางกระทู้ที่มี ลักษณะหมิ่นสถาบันเกิดขึ้นมากผิดปกติ ทำให้เว็บต้องระดมทีมงานดูแล และตรวจสอบกระทู้ที่มีลักษณะดังกล่าว และจัดการลบออก รวมทั้งตรวจสอบสมาชิกที่มีพฤติกรรมตั้งกระทู้ที่มีเนื้อหาลักษณะนี้ หากตรวจพบจะระงับการเป็นสมาชิกทันที

"เฉพาะช่วงการเมืองแรงๆ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็มีกระทู้หมิ่นเกิดขึ้นเยอะ ซึ่งทางทีมงานของเราต้องดูแล และตรวจสอบเป็นพิเศษ ซึ่งเราทำโดยเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ต้องรอให้ไอซีทีสั่ง เพราะทางเว็บจะมีทีมงานที่คอยประสานงานกับไอซีทีตลอดเวลาอยู่แล้ว"

นายวันฉัตร กล่าวด้วยว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบันคงไม่ร้ายแรงเหมือนช่วงรัฐประหารที่ทางเว็บต้อง ปิดห้องราชดำเนินชั่วคราว เพราะทีมงานได้ตรวจสอบกระทู้อยู่ตลอด และเห็นว่าทั้ง 2 ฝ่าย ก็แสดงความคิดเห็นแตกต่างกันได้ และเป็นสิทธิของการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย

นายวรพจน์ หิรัญประดิษฐกุล ผู้ดูแลเว็บบอร์ดพันทิปดอทคอม กล่าวว่า การใช้เว็บบอร์ดเพื่อจุดกระแสเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะการเมืองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว จะมากจะน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของบ้านเมือง โดยสถานการณ์ช่วงนี้ยังถือว่าอยู่ระดับที่เป็นการแสดงความเห็นตามเสรีภาพที่ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เท่านั้น เพราะต้องยอมรับว่าเมื่อคนได้เสพข่าวตามสื่อต่างๆ ก็ต้องอยากที่จะแสดงความคิดเห็น ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้

ปัจจุบันพันทิปดอทคอมมี "สมาชิก" ที่ต้องล็อกอินภายในเว็บได้เกินกว่า 1 แสนล็อกอิน มีจำนวนเพจวิวต่อวันโดยเฉพาะหน้ากระทู้มากกว่า 3 แสนเพจวิว และมีจำนวนคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ มากกว่า 1 แสนคนต่อวัน
แหล่งที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/25/news_306226.php

วันศุกร์ที่ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

สอบพบ ข่าว"จ็อบส์หัวใจวาย"ฝีมือเด็กอายุ18

ข่าวไอที ข่าวไอที harddisk ข่าวไอที กูเกิล ข่าวไอที อ่านข่าว ข่าวไอที อัพโหลด ฟรี ข่าวไอที โหลดmp3 ข่าวไอที crack ข่าวไอที โหลดไฟล์ ฟรี ข่าวไอที อัพเดท ข่าวไอที หนังโป๊ ข่าวไอที คลิป เด็ด ข่าวไอที คลิป อ้น ข่าวไอที ทักษิณ ข่าวไอที โหลดบิท ข่าวไอที bittorrent ข่าวไอที bit ข่าวไอที election 2008 hot ข่าวไอที hot ข่าวไอที debates ข่าวไอที diabates ข่าวไอที dowjon ข่าวไอที duocore ข่าวไอที IT coolgang ข่าวไอที แบไต๋ ข่าวไอที แจกโฮส ฟรี ข่าวไิอที แจกโฮสติ้ง ข่าวไอที แจก โฮส ข่าวไอที แจกโดเมน ข่าวไอที โฮส+โดเมน ข่าวไอที free hosting ข่าวไอที free domain
เว็บไซต์ข่าว Bloomberg.com รายงานผลสอบสวนกรณีมีบทความหลอกลวงว่าซีอีโอสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ของแอปเปิลหัวใจวาย ปรากฎในเว็บไซต์ iReport ของ CNN สรุปแล้วข่าวนี้เป็นผลงานของวัยรุ่นอายุ 18 ปี และการสอบสวนยังไม่พบความพยายามใช้ประโยชน์จากมูลค่าหุ้นแอปเปิลที่ชะลอตัว ลงทันทีที่ข่าวลวงแพร่กระจายไป

เว็บไซต์ iReport ของ CNN เป็นเว็บไซต์รวมข่าวจากผู้อ่านทางบ้าน (user generated) ซึ่งถูกเรียกว่านักข่าวประชาชน (citizen-journalist) เหตุทั้งหมดบานปลายออกไปเมื่อมีผู้นำข่าวนี้ไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ตรวจ สอบข้อเท็จจริงเสียก่อน

ทีม สอบสวนยังคงปิดบังชื่อผู้ต้องหา ขณะที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ประกาศชัดเจนว่าหากกรณีที่เกิดขึ้นเป็นการจงใจปล่อยข่าวลือเพื่อหาประโยชน์ ในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ต้องหาจะมีความผิดทางอาญาทันที

แอปเปิลนั้นถูกดึงให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับรายงานทุกชิ้นที่พูดถึง สุขภาพของสตีฟ จ็อบส์ซึ่งมีมาตลอดปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสุขภาพของจ็อบส์ที่ไม่มั่นคง ย่อมหมายถึงสุขภาพของแอปเปิลที่ไม่มั่นคงในสายตาของนักลงทุนในวอลล์สตรี ทด้วย

ข่าว ลวงที่ว่าจ็อบส์หัวใจวายทำให้มูลค่าหุ้นแอปเปิลลดลงราว 5.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อสาธารณชนทราบว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวเท็จ มูลค่าหุ้นก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจนไปปิดตัวที่ตัวเลขลดลง 3 เปอร์เซ็นต์ จุดนี้คณะกรรมการ SEC บอกว่าโดยสถิติแล้ว การปล่อยข่าวลือลวงคือต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดความผันผวนมากที่สุดในตลาด หลักทรัพย์นับตั้งแต่ปี 1932

สตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิลในปี 1976 ซึ่งมีอายุ 53 ปีในขณะนี้ ได้ผ่านการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคมะเร็งตับอ่อนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว นั้นยืนยันตลอดว่าตัวเองหายขาดจากโรคมะเร็งแล้ว และการที่น้ำหนักลดลงต่อเนื่องเป็นผลข้างเคียงจากการผ่าตัด

ประชาสัมพันธ์ของทั้ง SEC และแอปเปิลปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆกับข่าวที่เกิดขึ้น ขณะที่ประชาสัมพันธ์ของ CNN นาม Jennifer Martin บอกเพียงว่าการโพสต์ข่าวใน iReport นั้นเปิดกว้างเต็มที่โดยผู้โพสต์ไม่ต้องเปิดเผยอายุหรือตัวตน

สำหรับ กรณีที่เกิดขึ้น Martin บอกว่า CNN ยังไม่มีแผนจะปรับเปลี่ยนนโยบายการโพสต์ข่าวบน iReport ในขณะนี้ ทั้งนโยบาย"ไม่แก้ไขและไม่กรอง" ซึ่ง CNN บอกชัดเจนบนเว็บไซต์ว่าไม่มีการรับประกันความถูกต้องของเนื้อหาหรือข้อเขียน ที่ผู้อ่านสร้างขึ้น โดย iReport นั้นเริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2006 ในฐานะส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ CNN.com ก่อนจะแยกตัวออกมาเป็นเว็บไซต์ต่างหากในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ผู้โพสต์ข่าวลวงนี้ใช้นามแฝงว่า "Johntw" บอกว่าจ็อบส์ถูกพาตัวเข้าห้องฉุกเฉินเพราะอาการหัวใจวาย อ้างด้วยว่าได้ข้อมูลจากแหล่งข่าววงในที่เชื่อถือได้ จนทำให้นักเขียนบล็อกนาม Henry Blodget อดีตนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตของบริษัท Merrill Lynch & Co. ให้ความสนใจกับข่าวนี้จนนำไปโพสต์ในเว็บไซต์ Silicon Alley Insider ของเขา ข่าวลวงจึงแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว

นี่ถือเป็นอุทาหรณ์ที่ดีในการบริโภคข่าว โดยเฉพาะการรับข้อมูลจากเว็บไซต์ user generate ที่ดูน่าเชื่อถือ ที่ชาวไซเบอร์ไม่ควรมองข้าม

Company Related Links :
APPLE
iReport
แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000126266

ไอซีทีเฝ้าระวังเว็บหมิ่น คาดตั้งศูนย์ดูแล สกัดกั้น

วันนี้(24 ต.ค.) นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยว่ากระทรวงไอซีทีได้ติดตามเฝ้าระวังและดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ เผยแพร่ข้อความ ภาพ คลิป และเสียงที่ไม่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง โดยขออำนาจศาลให้มีการพิจารณาเพื่อระงับการเผยแพร่ซึ่งข้อมูลตาม URL (Uniform Resource Locator) ต่างๆ แล้วประมาณ 1,537 URL

นายมั่น กล่าวถึงปัญหาที่ต้องประสบในขณะดำเนินการคือ การที่เว็บไซต์เหล่านี้จดทะเบียนจากต่างประเทศ การดำเนินการต่างๆ จึงมีความยุ่งยาก ทำได้เพียงให้มีการระงับการเข้าถึงจากในประเทศไทยเท่านั้น โดยในวันที่ 29 ต.ค.นี้ กระทรวงไอซีทีจะได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักข่าวกรองแห่ง ชาติ สำนักงบประมาณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กสท. ทีโอที และหน่วยงานอื่นๆ ร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้อาจมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อควบคุมดูแลและสกัดกั้นเว็บไซต์ที่ ไม่เหมาะสม หรือการพัฒนาเครื่องมือเพื่อใช้ในการตรวจสอบการเผยแพร่ข้อความ ภาพ คลิป และเสียงที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น.

แหล่งที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=180636&NewsType=1&Template=1

แย่แล้ว..แฮมเบอร์ทำพิษ..อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ท่าจะป่วย

ข่าวไอที ข่าวไอที harddisk ข่าวไอที กูเกิล ข่าวไอที อ่านข่าว ข่าวไอที อัพโหลด ฟรี ข่าวไอที โหลดmp3 ข่าวไอที crack ข่าวไอที โหลดไฟล์ ฟรี ข่าวไอที อัพเดท ข่าวไอที หนังโป๊ ข่าวไอที คลิป เด็ด ข่าวไอที คลิป อ้น ข่าวไอที ทักษิณ ข่าวไอที โหลดบิท ข่าวไอที bittorrent ข่าวไอที bit ข่าวไอที election 2008 hot ข่าวไอที hot ข่าวไอที debates ข่าวไอที diabates ข่าวไอที dowjon ข่าวไอที duocore ข่าวไอที IT coolgang ข่าวไอที แบไต๋ ข่าวไอที แจกโฮส ฟรี ข่าวไิอที แจกโฮสติ้ง ข่าวไอที แจก โฮส ข่าวไอที แจกโดเมน ข่าวไอที โฮส+โดเมน ข่าวไอที free hosting ข่าวไอที free domain
วิกฤติการเงินทั่วโลก ดึงอุตฯฮาร์ดดิสก์โตลดลงเหลือไม่ถึง 10% จากที่เคยคาดว่าจะขยายตัว 14% หวังอานิสงค์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์-ธุรกิจบริการผ่านดาต้าเซ็นเตอร์-กระแสเน็ต บุ๊ค หนุนความต้องการตลาดรวมฟื้นใน 2 ปี

กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : นายโจแอล ไวส์ ประธานสมาคมสำหรับอุตสาหกรรมฮาร์ดไดร์ฟทั่วโลก (ไอดีมา) กล่าวว่า ผลกระทบจากวิกฤตการเงินอาจส่งผลกระทบยอดซื้อต่อตลาดรวม ทำให้การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ลดลงเหลือไม่ถึง 10% ในปี 2552 จากเดิมเคยมีประมาณการณ์ว่าตลาดจะขยายตัวระดับ 14% ต่อเนื่องตลอด 5 ปี ขณะที่ ปีนี้คาดว่าตลาดจะยังอยู่ที่ 565 ล้านยูนิตทั่วโลก

พร้อมกันนี้ คาดว่าจะไม่มีการปรับลดจำนวนพนักงาน ในส่วนของฐานการผลิตที่อยู่ในประเทศไทย แต่จะไม่รับคนเพิ่ม

รายงานข่าว กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ถือเป็นฐานผลิตฮาร์ดดิสก์อันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งผู้ผลิตแถวหน้าเข้ามาตั้งโรงงาน ได้แก่ เวสเทิร์น ดิจิตอล, ฮิตาชิ, ซีเกท, ฟูจิตสึ โดยเมื่อปี 2550 มียอดผลิตรวมประมาณ 200 ล้านยูนิต สร้างมูลค่าส่งออก 5 แสนล้านบาท

ด้านนายจอห์น ริดนิ่ง ผู้อำนวยการวิจัย ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล ดาต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ไอดีซี) กล่าวว่า ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ทั่วโลกมียอดขายฮาร์ดดิสก์ 152 ล้านยูนิต เพิ่มจากไตรมาส 4 ปีก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ภาวะความมั่นใจกับสถานการณ์อนาคต จะทำให้ยอดเติบโตรวมลดลงหลายไตรมาส และน่าฟื้นกลับมาแข็งแกร่งได้ปี 2553

ทั้งนี้ เขามองว่าแม้ปีหน้าตลาดจะเติบโตไม่ถึง 12-14% อย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ แต่ก็น่าจะยังอยู่ที่ประมาณ 10% เนื่องจากฮาร์ดดิกส์จะได้รับผลกระทบน้อยว่าพีซี เพราะมีความต้องการการจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลเพิ่มมาก ผู้บริโภคการจัดเก็บไฟล์ขนาดใหญ่และวิดิโอมากขึ้น

ขณะเดียวกัน มีแนวโน้มของการเกิดกลุ่มผู้ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่าเป็น "คลาวด์ คอมพิวติ้ง" ในหลายรูปแบบ และต้องเพิ่มการจัดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้บริการตลาดผู้ใช้องค์กรธุรกิจ จะกระตุ้นให้มีผู้ใช้อุปกรณ์โมบาย เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้บริการมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้ปัจจัยหนุนจากการผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ "เน็ตบุ๊ค" ที่มีน้ำหนักเบา หน้าจอเล็กกว่า 10 นิ้ว ระดับราคาเฉลี่ย 200 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีทั้งแบบที่ใช้ฮาร์ดดิกส์และเอสเอสดี (Solid State Drive) โดยปัจจุบันมีกลุ่มที่ใช้ฮาร์ดดิสก์ 65%

ขณะที่ ผลสำรวจความต้องการลงทุนไอทีขององค์กรทั่วโลก พบว่า 40% มีแผนตัดลดงบลงทุน โดยระบุว่าจะตัดลดงบส่วนของพีซี 50% ตามมาด้วยโมบาย ดีไวซ์ และวอยซ์โอเวอร์ไอพี ในสัดส่วนเท่ากันคือ 40% เครื่องแม่ข่าย 30% และมีเพียง 20% ระบุตัดงบด้านสตอเรจ

"วิกฤตที่เกิดขึ้นแตกต่างจากวิกฤติ เอเชียเมื่อปี 2541 และยุคฟองสบู่ดอทคอมในสหรัฐปี 2544 แต่ครั้งนี้ผลที่เกิดขึ้นรวดเร็วกระจายไปทั่วโลก โดยอาจไม่รุนแรงเฉียบพลันเหมือน 2 ครั้งที่ผ่านมา" นายริดนิ่งกล่าว

นายจอห์น คิม นักวิเคราะห์ บริษัท เทรนด์ โฟกัส กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทที่รับจ้างทำเอสเอสอี (เอสเอสดี โออีเอ็ม) มีมากกว่า 60 รายทั่วโลก จากตลาดรวมมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ เทียบกับฮาร์ดดิสก์ มีผู้ผลิต 7 รายหลัก รวมมูลค่าตลาด 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ดังนั้น จะเห็นว่าผู้ผลิตเอสเอสดียังมีจำนวนมากเกินไป และเชื่อว่าอนาคตจะเกิดการควบรวมเหมือนอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์

รวมทั้งมีคาดการณ์ว่า การใช้งานเอสเอสดี จะได้รับความนิยมในกลุ่มอุปกรณ์โมบาย ดีไวซ์ โดยปีที่ผ่านมา มีสัดส่วนการใช้เอสเอสดี 92% และฮาร์ดดิสก์ 7% จากตลาดรวมโมบาย ดีไวซ์ 1.5 พันล้านเครื่อง และคาดว่าปี 2555 ตลาดรวมจะขยับเป็น 2.5 พันล้านเครื่อง โดยมีสัดส่วนที่ใช้เอสเอสดี 91%

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/24/news_305663.php

วันจันทร์ที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑

Obama: 'Help Main Street' as well as Wall Street

แอบถ่ายโฟร์มด คลิปแอบถ่ายโฟร์-มด คลิป โฟร์ มด อาบน้ำ แอบถ่ายโฟร์-มด clippoo ดาวโหลด คลิปแอบถ่ายโฟร์ มด อาบน้ำ ฟรี โฟร์-มด เปลือย คลิปแอบถ่ายโฟร์-มด แอบถ่ายโฟร์-มด, ถูกแพร่คลิปภาพแอบถ่าย, แอบถ่ายโฟร์-มด ห้องน้ำ, ขาย โฟร์ มด อาบน้ำ, โฟร์ มด คลิปเปลือย ดาวโหลด -rs -อาร์เอส -ลบ คลิปแอบถ่าย โฟร์ มด ที่โรงแรม นักร้องสาว คลิป rs แอบถ่ายโฟร์มด download โฟร์ มด เปลี่ยนชุด คลิปโฟร์มดอาบน้ำ คลิปมด คลิปโฟร์มด คลิ๊ปโฟร์มด Obama  Barack Obama Mccain

(CNN) -- Democratic presidential candidate Sen. Barack Obama on Friday called for an economic plan for working families, saying, "We cannot only have a plan for Wall Street.


Sen. Barak Obama speaks at a campaign rally in Coral Gables, Florida, Friday.


"We must also help Main Street," he said.

While "tough new regulations on financial institutions" are needed, the Illinois senator called for an emergency economic plan for working families.

Obama spoke after meeting with his economic advisers in Coral Gables, Florida. Watch Video Obama call for help for Main Street »

Obama on Friday also backed administration and congressional leaders' efforts to develop a "a more stable and permanent solution" to the U.S. financial crisis. Watch Obama talk about how working Americans need help in this economy

Obama's statement came after Treasury Secretary Henry Paulson, Federal Reserve Chairman Ben Bernanke and Securities and Exchange Commission Chairman Christopher Cox met with congressional leaders to discuss a plan that would allow banks to get rid of bad mortgage-related assets that have been a drag on their balance sheets.

"What we're looking at right now is to provide the Treasury and the Federal Reserve with as broad authority as necessary to stabilize markets and maintain credit," Obama said.

"We need a more institutional response to create a system that can manage some of the underlying problems with bad mortgages, help homeowners stay in their homes, protect the retirement and savings of working Americans."

After meeting with his economic advisors, Obama said his team would not present a detailed economic plan at this time, "given the gravity of this situation, and based on conversations I have had with both Secretary Paulson and Chairman Bernanke."

Obama said he would not present his plan until the Treasury and Federal Reserve have presented theirs.

"It is critical at this point that the markets and the public have confidence that their work will be unimpeded by partisan wrangling, and that leaders in both parties work in concert to solve the problem at hand," Obama said.

Later, Obama held a rally, at the University of Miami, which was disrupted by protesters who held up signs saying "Blacks against Obama" and "Obama endorsed by the KKK."

Obama said the protesters could stay and hold up their signs if they stopped shouting, but they were later escorted out after they continued to disrupt the rally.

Obama spoke after Republican presidential candidate Sen. John McCain said Friday morning that he would establish a new agency to deal with the U.S. financial crisis that many experts say is the worst since the Great Depression. Video Watch McCain blast Washington corruption »

That agency, a Mortgage and Financial Institutions trust, would work with the private sector and regulators to identify institutions that are weak and fix them before they go broke.

"The underlying principle of the MFI or any approach considered by Congress should be to keep people in their homes and safeguard the life savings of all Americans by protecting our financial system and capital markets," McCain told the Green Bay Chamber of Commerce in Wisconsin.

McCain said the agency would be an early intervention program to help financial institutions avoid bankruptcy, expensive bailouts and damage to their customers.

Obama, at the rally in Florida, lashed out at McCain's plan.

"This morning Sen. McCain gave a speech in which his big solution to this worldwide economic crisis was to blame me for it.

"This is a guy who spent nearly three decades in Washington and after spending the entire campaign saying I haven't been in Washington long enough ... he apparently now is willing to assign me responsibility for all of Washington's failure," he said.

Wall Street witnessed the federal government take unprecedented steps this week to stabilize the economy, including the takeover of the insurance giant American International Group Inc. in exchange for an $85 billion loan from the Federal Reserve.

In his speech, McCain blamed the crisis on "the corruption and manipulation of our home mortgage system" and blasted Congress and the administration for not addressing the problems at the two mortgage giants Fannie Mae and Freddie Mac, which he said "led our housing system down a path where quick profit was placed before sound finance."

McCain also blasted his Democratic rival, Sen. Barack Obama, for not working to clean up the "corruption" at Fannie Mae and Freddie Mac. Fact Check: Did Obama 'profit' from Fannie and Freddie?

"We've heard a lot of words from Sen. Obama over the course of this campaign. But maybe just this once he could spare us the lectures and admit to his own poor judgment in contributing to these problems. The crisis on Wall Street started in the Washington culture of lobbying and influence peddling, and he was square in the middle of it."

Although action must be taken to avoid future panics, the Arizona Republican said that ultimately, the economy would have to grow to get through "this tough time for America." McCain touted his economic plan, which includes tax cuts, and again said Obama would increase taxes on Americans who make as little as $42,000.

McCain's charge that his opponent would raise taxes on those making $42,000 is misleading, however. The McCain campaign cites Obama's vote for a nonbinding 2008 budget resolution that outlines budget priorities through 2013 and assumed that President Bush's tax cuts would expire in 2011. Fact Check: Does Obama want to raise taxes?

The Obama campaign says its economic plan would raise taxes only on those making over $250,000.

The economic crisis has given Obama and his running mate, Sen. Joe Biden, the opportunity to go on the offensive. Most Americans see Obama as more capable than McCain when it comes to the economy, polls indicate.

The two campaigns have traded shots all week, most recently over the government takeover of AIG.

As the economy has dominated the headlines, Obama has widened his lead over McCain, according to CNN's latest "poll of polls." Obama gains in national polls

credit : CNN

วันเสาร์ที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑

Positive Security: Worth The Work?

BUY YOUR WAY SAFE?
Currently, IT departments have three options: They can wait for products from major antivirus players--which are in various stages of integrating positive security; they can purchase stand-alone software with a specific focus; or they can build their own. For many scenarios, positive security requires only the tools built in to commodity operating systems.

Implementing a positive security model on Linux also is easier than you might expect. The most popular mechanism is via the SELinux and AppArmor projects. The latest releases of Ubuntu, Debian, Fedora, and OpenSUSE all support one or the other right out of the box. SELinux and AppArmor offer different mechanisms for implementing MAC, and supporters extol the virtues of each. The deciding factor for most environments will be which is the default in their distribution of choice. Both are more than capable of implementing either a pure application whitelist or additional MAC security features.

The protection offered by broadly deploying one of these projects comes at increased management cost; developing appropriate whitelist policies is a time-consuming process at best, and in locations without strong change controls and with large numbers of base configurations, it might be untenable. Single-function servers (think DNS, DHCP, SMTP) are most easily profiled and protected, and should be the first targets for AppArmor or SELinux.

Windows XP has fewer built-in features for positive security than recent Linux distributions, but XP does provide mechanisms for stronger access control. For example, NTFS offers more granular control over files compared with traditional Unix permissions, and Software Restriction Policies) can enable a default-deny policy for running binaries or libraries. Exceptions may be specified by path, which is less secure; by MD5 hashes; or by specifying approved application publisher digital certificates.

Adding on to these base features from XP, Vista offers Mandatory Integrity Control. This feature underpins the new Protected Mode in Internet Explorer.

With Mac OS X Leopard, Apple introduced mandatory access control features based on the TrustedBSD MAC framework. Unfortunately, we've found the initial deployment better suited for internal testing than for any serious use. Most of the important modules from the original TrustedBSD design are missing, and the policies included for built-in applications are minimal, at best.

Still, the framework has been put in place, and hopefully, future releases will apply more powerful policies, and the interface itself will be made public to third-party developers.

LOOKING FORWARD
It won't happen overnight, but positive models will play a prominent role in the future of information security. While initial efforts to enumerate positive security models--whether for application behavior or approved applications--meant higher costs, the budget hit will decrease as more products aim to ease the process. In addition, the failure of negative security methods will continue to drive IT groups to demand more robust tools to protect their networks.

And the benefits of positive models go beyond just security. Controlling what software can run on workstations can effectively enforce a wide variety of IT policies. It's time to think positive.

Impact Assessment: Positive Security Models

(click image for larger view)