แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ bill gate แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ bill gate แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ ๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

"สตีฟ บอลเมอร์"แนะ ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้องลงทุน ห้ามกอดเงิน

ข่าวไอที ข่าวไอที harddisk ข่าวไอที กูเกิล ข่าวไอที อ่านข่าว ข่าวไอที อัพโหลด ฟรี ข่าวไอที โหลดmp3 ข่าวไอที crack ข่าวไอที โหลดไฟล์ ฟรี ข่าวไอที อัพเดท ข่าวไอที หนังโป๊ ข่าวไอที คลิป เด็ด ข่าวไอที คลิป อ้น ข่าวไอที ทักษิณ ข่าวไอที โหลดบิท ข่าวไอที bittorrent ข่าวไอที bit ข่าวไอที election 2008 hot ข่าวไอที hot ข่าวไอที debates ข่าวไอที diabates ข่าวไอที dowjon ข่าวไอที duocore ข่าวไอที IT coolgang ข่าวไอที แบไต๋ ข่าวไอที แจกโฮส ฟรี ข่าวไิอที แจกโฮสติ้ง ข่าวไอที แจก โฮส ข่าวไอที แจกโดเมน ข่าวไอที โฮส+โดเมน ข่าวไอที free hosting ข่าวไอที free domain ข่าวไอที DELL ข่าวไอที google hack ข่าวไอที google ล้วงตับ ข่าวไอที microsoft ข่าวไอที จีน ข่าวไอที ฟ้องร้อง ข่าวไอที สมัครงาน ข่าวไอที windows 7 ข่าวไอที windows Vista ข่าวไอที ออก windows 7 ข่าวไอที sipa ข่าวไที japan Xxx ข่าวไอที จอ 3D ข่าวไอที ยี่ปุ่น ถอด ข่าวไอที ไอ้ยุ่น เย็ด ข่าวไอที andoire ข่าวไอที อุดรู รั่ว andoire
ซีอีโอไมโครซอฟท์ (Microsoft) สตีฟ บอลเมอร์ (Steve Ballmer) แสดงวิสัยทัศน์แก่นักธุรกิจเกาหลีใต้ บอกว่าการลงทุนคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้บริษัทองค์กรธุรกิจผ่านพ้นวิกฤต เศรษฐกิจในยุคนี้ไปได้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือไม่ว่าเศรษฐกิจจะฝืดเคืองจะอย่างไร ไมโครซอฟท์ก็จะไม่ตัดงบการลงทุนลง

"วิธีที่ดีที่สุดสำหรับช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองคือการเติบโต ไม่ใช่การหดตัวเอง" บอลเมอร์กล่าวโดยแนะนำบริษัทซอฟต์แวร์ของสหรัฐฯว่า ไม่ควรตัดงบประมาณการลงทุนแม้จะมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะวิกฤต ทั่วโลก สำหรับไมโครซอฟท์เอง บอลเมอร์บอกว่าอาจจะมีการปรับให้การลงทุนไม่ขยายตัวตามอัตราที่เคยเป็น แต่จะไม่มีการตัดลดเงินลงทุนอย่างเด็ดขาด

คำพูดของบอลเมอร์สวนทางกับความเชื่อของหลายบริษัท ที่อาจมองว่าควรกอดเงินไว้ก่อนในภาวะเศรษฐกิจขาลงเพื่อให้ตัวเองปลอดภัยมาก ที่สุด สตีฟ บอลเมอร์ไม่ได้บอกว่าการตัดลดเงินลงทุนที่ไม่ควรทำในช่วงเศรษฐกิจขาลงนั้น ครอบคลุมการลอยแพพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่ายในองค์กรหรือไม่ เพราะขณะนี้ข่าวการเลิกจ้างพนักงานของบริษัทยักษ์ใหญ่นั้นเกิดขึ้นมากมายใน ช่วงเดือนที่ผ่านมา

ยกตัวอย่างเช่น Motorola ที่ประกาศเลิกจ้างพนักงาน 3,000 ราย Freescale Semiconductor ซึ่งกำลังเตรียมการลดพนักงานอย่างน้อย 2,400 คน ขณะที่ American Express วางแผนปลดพนักงาน 7,000 ตำแหน่ง แม้กระทั่ง Nissan ที่เชื่อว่าจะปรับลดพนักงานลงราว 2,500 ตำแหน่ง

ตาม แนวคิด"ยุคเศรษฐกิจฝืดต้องลงทุน" ไมโครซอฟท์จึงประกาศการร่วมทุนกับผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้อย่างฮุนได (Hyundai) เปิดศูนย์วิจัยบริการและผลิตภัณฑ์ไอทีสำหรับสร้างแอปพลิเคชันในรถยนต์ โดยบอลเมอร์บอกว่าจะครอบคลุมทั้งแอปพลิเคชันด้านข้อมูลและด้านความบันเทิง โดยฮุนไดคาดว่าเทคโนโลยีจากศูนย์นี้จะสามารถใช้งานจริงในรถยนต์ได้ภายใน ครึ่งปีหลังของปี 2010

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ฮุนไดและไมโครซอฟท์ได้เปิดโครงการพัฒนาระบบความบันเทิงภายในรถยุคใหม่ ที่สามารถสั่งการด้วยเสียงและสามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ สะดวกกว่าเดิม โดยฮุนไดกรุ้ปนั้น เป็นผู้ผลิตรถยี่ห้อ Kia Motors ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดเกาหลีใต้ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ และตลาดโลกราว 5.4 เปอร์เซ็นต์

อีกบริษัทที่มีข่าวเพิ่มการลงทุนเช่นเดียวกับไมโครซอฟท์คืออินเทล ล่าสุดยักษ์ใหญ่อินเทลประกาศตั้งศูนย์วิจัยซอฟต์แวร์ในไต้หวัน โดยร่วมมือกับรัฐบาลไต้หวันก่อตั้งศูนย์ซอฟต์แวร์ Linux เพื่อให้ผู้ผลิตสัญชาติไต้หวันสามารถผลิตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและอุปกรณ์ เคลื่อนที่สู่ตลาดไต้หวันและตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วิศวกร ของศูนย์นี้จะฝึกอบรมและให้คำปรึกษาผู้ผลิตไต้หวันในการผลิตสินค้าไอที จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้ผู้ผลิตสามารถจัดส่งสินค้าที่ใช้ชิป Atom ของอินเทลและระบบปฏิบัติการลินุกซ์ Moblin ในเน็ตบุ๊กได้เร็วขึ้น โดยความร่วมมือระหว่างอินเทลและไต้หวันยังครอบคลุมถึงการสนับสนุนอุตสห กรรมการผลิตสินค้าเทคโนโลยี WiMAX ผ่านบริการ VMAX ซึ่งจะเริ่มเนรมิตเครือข่าย WiMAX ที่มีรัศมีทำการคลุมทั้งไต้หวันในครึ่งปีแรกของปี 2009

Company Related Links :
Microsoft
แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000130455

วันเสาร์ที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ไมโครซอฟท์กำไรเพิ่ม 2% บอกความนิยมเน็ตบุ๊กทำวิสต้าไม่โต

ข่าวไอที ข่าวไอที harddisk ข่าวไอที กูเกิล ข่าวไอที อ่านข่าว ข่าวไอที อัพโหลด ฟรี ข่าวไอที โหลดmp3 ข่าวไอที crack ข่าวไอที โหลดไฟล์ ฟรี ข่าวไอที อัพเดท ข่าวไอที หนังโป๊ ข่าวไอที คลิป เด็ด ข่าวไอที คลิป อ้น ข่าวไอที ทักษิณ ข่าวไอที โหลดบิท ข่าวไอที bittorrent ข่าวไอที bit ข่าวไอที election 2008 hot ข่าวไอที hot ข่าวไอที debates ข่าวไอที diabates ข่าวไอที dowjon ข่าวไอที duocore ข่าวไอที IT coolgang ข่าวไอที แบไต๋ ข่าวไอที แจกโฮส ฟรี ข่าวไิอที แจกโฮสติ้ง ข่าวไอที แจก โฮส ข่าวไอที แจกโดเมน ข่าวไอที โฮส+โดเมน ข่าวไอที free hosting ข่าวไอที free domain
ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศตัวเลขกำไรไตรมาสเดือนกรกฎาคม-กันยายนกำไรเพิ่มขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ ผลจากลูกค้าองค์กรซื้อไลเซนส์แอปพลิเคชันสำหรับเซิร์ฟเวอร์ใหม่และแคมเปญ ใหม่อื่นๆ ยอมรับว่าความนิยมของเน็ตบุ๊กทำให้ตลาดของ Windows Vista ไม่เติบโตอย่างที่หวังไว้

กำไรของไมโครซอฟท์ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมามีมูลค่ารวม 4.37 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 48 เซ็นต์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจาก 4.29 พันล้านเหรียญหรือ 45 เซ็นต์ต่อหุ้นที่ทำได้ในปีที่แล้ว ดีกว่าที่นักวิเคราะห์พยากรณ์ไว้ 47 เซ็นต์ต่อหุ้น

ยอด ขายของไมโครซอฟท์ในนั้นเพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซ็นต์เป็น 15,100 ล้านเหรียญ โดยคาดว่าไตรมาสปัจจุบันจะทำยอดขายได้ไม่ดีเท่าไตรมาสก่อนหน้า กลุ่มที่ไมโครซอฟท์เชื่อว่าจะได้รับผลกระทบที่สุดคือกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและ เล็กหรือ SMB ซึ่งวางแผนการลงทุนในระยะสั้นเดือนต่อเดือน

ไมโครซอฟท์ให้ข้อมูลว่า รายได้จากธุรกิจซึ่งทำสัญญาข้ามปีนั้นเพิ่มขึ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รายได้จากธุรกิจซอฟต์แวร์สำหรับเครื่อง เซิร์ฟเวอร์และซอฟต์แวร์เพิ่มผลิตผลองค์กรของไมโครซอฟท์เติบโตขึ้น โดยกำไรในส่วนธุรกิจเซิร์ฟเวอร์ของไมโครซอฟท์เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์เป็น 1.2 พันล้านเหรียญ

กำไรในส่วนผลิตภัณฑ์ Office นั้นเพิ่มขึ้น 23 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 3.3 พันล้านเหรียญ ขณะที่ระบบปฏิบัติการ Windows กลับลดลง 4 เปอร์เซ็นต์เหลือ 3.3 พันล้านเหรียญเช่นกัน จุดนี้ไมโครซอฟท์ระบุว่าเป็นผลจากค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น

ไมโครซอฟท์ ยังบอกด้วยว่ากระแสผู้บริโภคนิยมเน็ตบุ๊ก หรือโน้ตบุ๊กตัวเล็กราคาประหยัดสมคุณภาพ ทำให้ตลาดของ Windows Vista ไม่เติบโตอย่างที่ไมโครซอฟท์หวังไว้ เนื่องจากเงื่อนไขด้านราคาและประสิทธิภาพเครื่องที่ไม่แรงพอสำหรับ Vista โดยรายได้จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซีอย่าง Dell และ Hewlett-Packard นั้นลดลง 1 เปอร์เซ็นต์ เพราะบริษัทเหล่านี้ซื้อไลเซนส์จากไมโครซอฟท์ในสัดส่วนที่น้อยลง จุดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่า ไมโครซอฟท์จะต้องออกมาลดราคา Vista ลงในอนาคตเพื่อเอาใจผู้ผลิตคอมพิวเตอร์พีซี

ธุรกิจออนไลน์ของไมโครซอฟท์นั้นขาดทุนมากที่สุด 480 ล้านเหรียญ จากปีที่แล้วที่ขาดทุนไป 270 ล้านเหรียญ เหตุเพราะไมโครซอฟท์ทุ่มเงินลงทุนไปกับธุรกิจนี้มาก อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจโฆษณาออนไลน์ในไตรมาสนี้ของไมโครซอฟท์นั้นดีขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไมโครซอฟท์คุยว่ามีรายได้จากธุรกิจนี้มากกว่ายาฮูแล้วในขณะนี้

ไตรมาสเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ไมโครซอฟท์คาดว่าจะทำกำไร 51-53 เซ็นต์ต่อหุ้น บนยอดขาย 17,300-17,800 ล้านเหรียญ ต่ำกว่านักวิเคราะห์ที่คาดว่าไมโครซอฟท์จะทำได้ 55 เซ็นต์ต่อหุ้น ยอดขายรวม 18,000 ล้านเหรียญ

Company Related Links :
Microsoft

แหล่งที่มา : http://www.manager.co.th/Cyberbiz/ViewNews.aspx?NewsID=9510000126533