วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ซิป้ายื่นกฤษฎีกาสัปดาห์หน้า ตีความขั้นตอนสรรหา'รุ่งเรือง'
กรุงเทพ ธุรกิจ ออนไลน์ : นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) กล่าวถึงผลการประชุมบอร์ดวาระพิเศษว่า สัปดาห์หน้าจะทำหนังสือหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงการสรรหาผู้อำนวย การซิป้าที่ผ่านมา ว่าถูกต้องหรือไม่ และหากไม่ถูกต้องจะต้องดำเนินการอย่างไร
เนื่องจาก ที่ผ่านมานายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ ผอ. ซิป้า ปฎิเสธที่จะทำรายงานผลการทำงานเพื่อใช้การประเมินผลงาน โดยอ้างว่าการประเมินไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีที่ต้องประกาศแจ้งตัวชี้วัด การประเมินผล (เคพีไอ) สรรหาไปยังสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)
"เราได้หารือไปทางก.พ.ร. แล้ว และได้รับคำตอบกลับมาว่า ซิป้าต้องทำตามมติ ครม. และกฎหมาย ทำให้ซิป้าต้องกลับมาทบทวนกระบวนการสรรหาใหม่ เพื่อนำไปสู่การประเมิน จึงหารือไปยังกฤษฎีกา" นายสมบัติ กล่าว
ทั้งนี้ หากกฤษฎีกา ตีความกลับมาว่ากระบวนการทั้งหมดถูกต้อง นายรุ่งเรืองต้องจัดทำรายงานผลงานส่งบอร์ด หากไม่ถูกต้อง ก็จะดำเนินไปตามข้อเสนอแนะของกฤษฎีกาต่อไป
ขณะเดียวกัน บอร์ดจะแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร ไปยังคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประเมินผลงานของ ผอ. ซิป้า ว่าให้ดำเนินการประเมินต่อทันที และต้องให้นายรุ่งเรืองรายงานผลการทำงาน
"ขั้นตอนการประเมินผลงาน ล่าช้าจากที่กำหนดไว้สัญญาว่า หลังเข้ารับงานเดือนมกราคม 2551 ต้องประเมินหลังทำงาน 6 เดือน แต่ปัจจุบันล่าช้าไปหลายเดือนแล้ว" นายสมบัติ กล่าว
งบค้างจ่ายเหลือ-ไม่โปร่งใส
นอกจากนี้ ได้ให้ ผอ. ซิป้า แจกแจงรายละเอียดการใช้งบประมาณ 2551 ที่ใช้จ่ายไป 40% เท่านั้น และเมื่อรวมกับงบประมาณใช้สะสมปีที่ผ่านมา ยังเหลือรวม 400 ล้านบาท ซึ่งต้องไปดูโครงการที่ผูกพันที่ยังเหลืออยู่ด้วย
"หลายโครงการที่ ผอ. เสนอมา บอร์ดไม่อนุมัติ เพราะเป็นโครงการที่ไม่เปิดกว้าง จำกัดให้อยู่ไม่กี่คน ซึ่งหากจะทำจริงๆ น่าจะทำทีโออาร์เปิดกว้างให้หลายรายๆ" นายสมบัติ กล่าว
แหล่งข่าวจากซิป้า กล่าวว่า การใช้งานงบประมาณของซิป้ามีปัญหามาก มีงบค้างเก่าถึง 380 ล้านบาท เมื่อบวกกับงบปี 2552 อีก 380 ล้านบาท จึงยังมีงบไม่ได้ใช้รวม 780 ล้านบาท หากงบนี้กระจายลงมาถึงผู้ประกอบการ และใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ก็จะเข้ามาอัดฉีดอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์โดยรวมสูงถึง 3-4 พันล้านบาท
รายงานข่าวระบุว่า พบการทุจริตของเจ้าหน้าที่ซิป้าที่เปิดบัญชีแทนซิป้า แต่นำเงินไปใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งบอร์ดได้กำชับให้ตรวจสอบพฤติกรรมการทุจริตให้เข้มงวดขึ้น
"เข้ม" ทริปนอก เหตุบินบ่อย
นายสมบัติ กล่าวว่า บอร์ดยังมีมติงดให้ผู้อำนวยการเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราว ยกเว้นแต่มีเหตุจำเป็นก็สามารถทำหนังสือขออนุมัติเป็นครั้งคราว เนื่องจากต้องการให้ ผอ. ซิป้า ใช้เวลาสะสางภายในองค์กรก่อน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ผอ. ซิป้า ไม่พอใจการทำงานของบอร์ด และอาจนำเรื่องไปร้องเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร (ไอซีที)
ทั้งนี้ หากเรื่องบานปลาย และพบว่ามีการกระที่ทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ก็จะให้ทนายความพิจารณาฟ้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาท
"รุ่งเรือง" เมินเสนอรายงานประเมินผล
นายรุ่งเรือง ผู้อำนวยการซิป้า กล่าวว่า ได้จัดทำรายงานผลงานที่ผ่านมาเสร็จแล้ว แต่ยังไม่เสนอกรรมการประเมินผล เพราะต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่ เพื่อให้กรณีของเขาเป็นตัวอย่างที่ต้องให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎระเบียบ โดยเฉพาะการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจและองค์กรมหาชน ที่มีปัญหาระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ที่แต่งตั้งโดยฝ่ายการเมืองกับข้าราชการประจำ
"ประเด็นด้านเคพีไอ เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่มีรายละเอียดอีกมาก ซึ่งผมต้องการให้ทำตามกฎเกณฑ์สร้างกลไกธรรมาภิบาล" นายรุ่งเรือง กล่าว
พร้อมเสริมว่า สาเหตุที่ยอมรับและเซ็นสัญญาว่าจ้างก่อนหน้านี้ เพราะกรรมการสรรหาฯ ระบุว่า หากไม่เซ็นและรับเคพีไอดังกล่าว ก็จะไม่สามารถเซ็นสัญญาได้
ส่วนกระแสข่าวเขาและทีมใช้จ่ายงบเดิน ทางต่างประเทศบ่อยมาก แต่พันธกิจสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไม่คืบหน้า เขาแจงว่า การเดินทางไปต่างประเทศได้จัดเก็บเอาท์พุทไว้ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของนางสาวนิรชราภา ทองธรรมชาติ รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดต่างประเทศของซิป้า
แหล่งที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/30/news_307375.php
'วิสต้า' ถอย 'วินโดว์ส7' กำลังจะมา
ได้เวลาไมโครซอฟท์ปั้นโอเอส 'วินโดว์ส7' แทนที่แบรนด์วิสต้า
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ :
หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทม์ รายงานว่า ไมโครซอฟท์ เผยโฉมระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ "วินโดว์ส 7" ที่พัฒนาให้คล่องตัว และตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งโอเอสล่าสุดนี้ หยุดใช้ชื่อแบรนด์วิสต้าอย่างไม่เป็นทางการ
รายงานข่าว ระบุว่า โอเอสใหม่ใช้ชื่อว่า "วินโดว์ส7" เพื่อแสดงถึงเส้นทางการพัฒนาระบบปฏิบัติการในพีซี ของไมโครซอฟท์ ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนารุ่นที่ 7 นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 โดยคาดว่ายักษ์ซอฟต์แวร์จะออกเวอร์ชั่นทดลอง "วินโดว์ส 7" ช่วงต้นปีหน้า
นายสตีเฟน ซินอฟสกี หัวหน้าทีมพัฒนาวินโดว์สเวอร์ชั่นใหม่ ของไมโครซอฟท์ ได้กล่าวแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ ก่อนเริ่มงานประชุมนักพัฒนาของบริษัท พร้อมยอมรับข้อผิดพลาด ที่เกิดขึ้นกับโอเอสวิสต้า ซึ่งบริษัทได้รับฟัง และกำลังแก้ไขข้อจุดบกพร่องที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ โอเอสรุ่นใหม่ ยังได้รับการพัฒนาทาสก์-บาร์ ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพด้านค้นหา และการใช้งานฟังก์ชั่นโฮมเน็ตเวิร์คง่ายขึ้น รวมถึงไฟล์แชริ่ง ทั้งมีกระแสข่าวว่าไมโครซอฟท์ มีแผนจะยกระดับวินโดว์ส7 ให้สามารถใช้ประโยชน์จากหน่วยประมวลผลมัลติคอร์รุ่นใหม่ๆจากอินเทล และเอเอ็มดีได้มากขึ้น
นายซินอฟสกี กล่าวอีกว่า บริษัทเตรียมเผยรายละเอียด เกี่ยวกับความสามารถของโปรแกรมตัวใหม่ที่รองรับการทำงานได้ถึง 256 โปรเซสเซอร์
ทั้งนี้ แผนดังกล่าวเกิดขึ้น หลังยักษ์ซอฟต์แวร์ส่งวิสต้า ออกมาชิมลางตลาดนานเกือบ 2 ปี แต่ยังไม่ได้แรงตอบรับเท่าที่ควร ขณะที่ ผลประกอบการล่าสุด บริษัทมีรายได้จากวินโดว์สเพิ่มขึ้นเพียง 2% โดยยอดขายวินโดว์สในตลาดรวมส่วนใหญ่ เป็นซอฟต์แวร์สำหรับพีซีราคาต่ำ ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นที่ทำรายได้ต่ำ และไม่ใช่วิสต้า
พร้อมกันนี้ ไมโครซอฟท์ ยังเตรียมแผนเปิดตัวโปรแกรมออฟฟิศสำหรับการใช้ผ่านเว็บ เพื่อหวังท้าชนกับคู่แข่งทั้งกูเกิล ดอกส์ และโซโห (Zoho) ที่จะรันโปรแกรมใช้งานในออฟฟิศผ่านเว็บ เบราเซอร์
แหล่งที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/2008/10/30/news_307372.php
